เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 สมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (Thailand Energy Storage Technology Association: TESTA) ร่วมกับ UL Standards & Engagement (ULSE) จัดการประชุม TESTA–ULSE Stakeholder Roundtable: “Advancing Battery Safety and Thailand’s Clean Energy Transition” ณ Crowne Plaza Bangkok Lumpini Park กรุงเทพมหานคร เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล การไฟฟ้า สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานและความปลอดภัยของแบตเตอรี่
.
การหารือเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ระบบพลังงานที่มีการใช้แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ตลอดจนการประยุกต์ใช้ในโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญสูง เมื่อบทบาทของ Energy Storage ขยายจากการเป็นเพียง Supporting Asset ไปสู่การมีบทบาทสำคัญต่อ Critical Infrastructure ประเด็นด้านความปลอดภัยจึงไม่สามารถพิจารณาเฉพาะในระดับ Cell หรือ Battery Pack เท่านั้น แต่จำเป็นต้องเชื่อมโยงตั้งแต่ Product Safety, System Integration, Installation, Operation และ Emergency Response ไปจนถึง Second Life และ End-of-Life
.
ภายในงานได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางมาตรฐานและความปลอดภัยของแบตเตอรี่ รวมถึงความท้าทายจากการขยายการใช้งานไปสู่ระบบที่มี Risk Profile แตกต่างกัน อาทิ
.
ภายในงาน ผู้แทนจาก ULSE ได้บรรยายถึงบทบาทของ ULSE ในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไรที่พัฒนามาตรฐานด้านความปลอดภัย ซึ่งครอบคลุมแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานตลอดวงจรชีวิต มาตรฐานหลักที่นำเสนอมีสามฉบับ ฉบับแรกคือ UL 9540 ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของระบบกักเก็บพลังงานในระดับระบบ ครอบคลุมการบูรณาการแบตเตอรี่ Power Conversion System ระบบควบคุม และระบบป้องกันเข้าด้วยกัน ฉบับที่สองคือ UL 9540A ซึ่งเป็นวิธีทดสอบเพื่อประเมินการลุกลามของเพลิงจาก Thermal Runaway ตั้งแต่ระดับ Cell, Module, Unit จนถึง Installation ผลการทดสอบนี้ใช้ประกอบการออกแบบระยะห่างในการติดตั้ง การระบายก๊าซ และการวางแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน ฉบับที่สามคือ UL 1974 ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมินแบตเตอรี่เพื่อการ Repurposing หรือ Remanufacturing และเป็นพื้นฐานสำคัญของการนำ Second-Life Battery กลับมาใช้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ UL 1973 สำหรับแบตเตอรี่ในงาน Stationary และ Motive Auxiliary Power ซึ่ง ULSE ยังได้กล่าวถึงความร่วมมือกับหน่วยงานในประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานในภูมิภาคอาเซียน เช่น สิงคโปร์และเวียดนาม เพื่อส่งเสริมการนำมาตรฐานเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศ
.
การประชุมยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานของประเทศไทย อาทิ
.
หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ถูกนำเสนอในการหารือ คือการมองระบบความปลอดภัยในลักษณะ Connected Safety Architecture ซึ่งเชื่อมโยงข้อกำหนดตั้งแต่ระดับผลิตภัณฑ์ ระบบ การติดตั้งและการใช้งาน ไปจนถึงวงจรชีวิตของแบตเตอรี่ โดยคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละ Application
Harmonize where possible. Specialize where necessary. Keep responsibility connected across the lifecycle.
.
.
เพราะเมื่อบทบาทของแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานเพิ่มขึ้น ความปลอดภัย มาตรฐาน และความรับผิดชอบ ก็จำเป็นต้องพัฒนาให้ก้าวทันไปพร้อมกัน
.
รับชมข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่